finance
ไทยเร่งยกระดับทักษะแรงงาน: สิ่งที่ธุรกิจต้องรู้ในปี 2569
รัฐบาลจัดงบ 6,900 ล้านบาท มุ่งเป้าพัฒนาทักษะด้าน AI, เซมิคอนดักเตอร์ และดิจิทัล ผ่านความร่วมมือสำคัญและโครงการฝึกอบรมที่เปลี่ยนโฉมตลาดแรงงาน
เราจัดทำรายงานนี้อย่างไร

กระทรวงแรงงานได้จัดสรรงบประมาณ 6,900 ล้านบาท สำหรับปีงบประมาณ 2569 เพื่อยกระดับทักษะแรงงานไทยกว่า 4.4 ล้านคนในสาขาที่ทันสมัย เช่น ปัญญาประดิษฐ์ เซมิคอนดักเตอร์ และเทคโนโลยีดิจิทัล เงินทุนนี้รวมถึงความร่วมมือกับบริษัทข้ามชาติอย่างไมโครซอฟท์ และโครงการฝึกอบรมที่เน้นในกรุงเทพฯ ซึ่งออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของภูมิทัศน์อุตสาหกรรมไทย ตามแถลงการณ์อย่างเป็นทางการของกระทรวง [1]
ทำไมการยกระดับทักษะจึงสำคัญสำหรับไทยในตอนนี้
ขณะที่ไทยพยายามรักษาความสามารถในการแข่งขันท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีระดับโลก การมุ่งเน้นการพัฒนากำลังคนช่วยแก้ปัญหาช่องว่างทักษะที่ widening ในภาคส่วนเกิดใหม่ ยุทธศาสตร์ของประเทศสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจฐานความรู้ โดยเพิ่มขีดความสามารถของแรงงาน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมไฮเทคที่สำคัญต่อการเติบโตในอนาคต ยุทธศาสตร์นี้ยังสนับสนุนเป้าหมายทางสังคม เช่น การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำอย่างค่อยเป็นค่อยไป และการคุ้มครองความปลอดภัยของแรงงาน
นอกจากทักษะด้านเทคโนโลยีแล้ว ยังให้ความสำคัญกับภาคการท่องเที่ยวและบริการ ซึ่งยังคงเป็นเสาหลักของเศรษฐกิจ แต่ต้องการทักษะที่ทันสมัยเพื่อรักษาการเติบโตท่ามกลางการแข่งขันระดับโลกและความคาดหวังของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป
ความพยายามฝึกอบรมในประเทศเน้นที่กรุงเทพฯ
สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 13 กรุงเทพฯ มีบทบาทสำคัญในความพยายามระดับชาติ โดยได้รับมอบหมายให้ฝึกอบรมพนักงาน 1.8 ล้านคนจาก 7,451 สถานประกอบการในเมือง [2] ขอบเขตของสถาบันนี้เป็นส่วนหนึ่งของความทะเยอทะยานที่ใหญ่กว่าในการยกระดับทักษะแรงงาน 4.64 ล้านคนทั่วประเทศในปี 2569 จุดเน้นที่นี่รวมถึงความชำนาญด้านดิจิทัลและบทบาทที่เกี่ยวข้องกับภาคเซมิคอนดักเตอร์ที่กำลังเติบโต
ความพยายามฝึกอบรมเหล่านี้ได้รับการสนับสนุนจากหลักสูตรมหาวิทยาลัยใหม่ที่เปิดสอนภายใต้ 'โครงการ Sandbox' ตั้งแต่ปีการศึกษา 2568 หลักสูตรวิศวกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และวิศวกรรมระบบราง มีเป้าหมายเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนทักษะในพื้นที่สำคัญเหล่านี้โดยตรง [3] นวัตกรรมทางการศึกษาดังกล่าวเน้นย้ำถึงการผลักดันอย่าง concerted ของประเทศในการสร้างท่อส่งกำลังคนที่ตอบสนองต่อความต้องการของอุตสาหกรรม
ในภาคบริการ หน่วยงานรัฐบาลหกแห่งได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจสามปีในกรุงเทพฯ เพื่อพัฒนากำลังคนด้านการท่องเที่ยวที่มีทักษะ โดยตั้งเป้าผู้เข้ารับการฝึกอบรม 4,900 คนในปีนี้ โปรแกรมเหล่านี้รวมถึงการฝึกอบรมภาคปฏิบัติสำหรับบทบาทด้านการท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยม เช่น บาริสต้า บาร์เทนเดอร์ และช่างนวด [4] ภายในกลางปี 2568 แรงงานกว่า 3,300 คนได้รับประโยชน์จากโครงการนี้แล้ว
หลักฐานของผลกระทบและสิ่งที่ธุรกิจควรติดตามต่อไป
กรมพัฒนาฝีมือแรงงานสนับสนุนสโลแกน 'ฝึกฟรี มีงานทำ' โดยให้การฝึกอบรมประจำปีแก่แรงงานในระบบและนอกระบบกว่า 4 ล้านคน ที่น่าประทับใจคือ ผู้เข้าร่วมกว่า 70% ได้งานทำโดยมีรายได้เฉลี่ยปีละ 400,000 บาท [5] ผลลัพธ์นี้เน้นย้ำถึงประสิทธิผลของโครงการยกระดับทักษะที่นำโดยรัฐบาลในการเพิ่มความสามารถในการจ้างงานและศักยภาพรายได้ของแรงงาน ซึ่งเป็นประโยชน์โดยตรงต่อธุรกิจที่ต้องการพนักงานที่มีความสามารถ
สำหรับบริษัท ภูมิทัศน์แรงงานที่เปลี่ยนแปลงหมายถึงการปรับกลยุทธ์การสรรหาและการฝึกอบรม การมีส่วนร่วมกับโครงการของรัฐบาลและศูนย์ฝึกอบรมในพื้นที่ เช่น สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 13 กรุงเทพฯ ให้การเข้าถึงแหล่งรวม talent ที่เตรียมพร้อมดีกว่าโดยตรง นอกจากนี้ ธุรกิจในภาคส่วนต่างๆ เช่น เทคโนโลยี การผลิต และการท่องเที่ยว ควรติดตามการเปิดตัวหลักสูตรมหาวิทยาลัยใหม่และความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ใช้ประโยชน์จากบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกอย่างไมโครซอฟท์
ในอนาคต บริษัทต่างๆ จะได้รับประโยชน์จากการปรับแผนพัฒนากำลังคนให้สอดคล้องกับลำดับความสำคัญของรัฐบาล และเงินอุดหนุนและแรงจูงใจในการฝึกอบรมที่เพิ่มขึ้น เช่น ที่ระบุไว้ในแผนที่นำทางทักษะดิจิทัลและกรอบนโยบายล่าสุด การลงทุนในการ reskill พนักงานน่าจะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาผลผลิตและความได้เปรียบทางการแข่งขัน ขณะที่ไทยเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี