finance
ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวขึ้นตามแรงหนุนจากหุ้นเทคฯ สหรัฐ นักลงทุนกรุงเทพฯ เผชิญโอกาสวางแผนภาษีช่วงกลางปี
ดัชนี Nasdaq พุ่งขึ้น 1.74% และราคาน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นร้อยละ 4 สะท้อนความต้องการสินทรัพย์เสี่ยงที่กลับมาคึกคัก ขณะที่ค่าเงินบาทอ่อนตัวและนโยบายสหรัฐที่เปลี่ยนแปลงสร้างคำถามใหม่ด้านภาษีและการจับจังหวะการลงทุนสำหรับนักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ก่อนรอบทบทวนพอร์ตกลางปี
เราจัดทำรายงานนี้อย่างไร

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในวอลล์สตรีทเป็นแรงขับเคลื่อนให้ดัชนี S&P 500 ปิดที่ระดับ 7,575 จุดในเช้าวันนี้ เพิ่มขึ้น 1.23% ขณะที่ดัชนี Nasdaq Composite ปรับตัวขึ้น 1.74% หลังนักลงทุนหมุนเวียนเงินทุนกลับเข้าหุ้นกลุ่มเติบโต การเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลโดยตรงต่อนักลงทุนในกรุงเทพฯ ที่ถือครองหุ้นเทคโนโลยีที่จดทะเบียนในสหรัฐ ผู้จัดการกองทุนที่ติดตามการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ที่เชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ รวมถึงผู้ที่มีผลตอบแทนสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐและกำลังจับตาค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง 0.17% อยู่ที่ 1.1419 บาทต่อยูโร
ประเด็นสำคัญสำหรับนักลงทุนไทยอยู่ที่การจับจังหวะเวลา การวางแผนภาษีกลางปีในไทยมักตามหลังฤดูกาลรายงานผลประกอบการครึ่งปีแรก ซึ่งสิ้นสุดลงในช่วงนี้พอดี ผู้จัดการสินทรัพย์และผู้มีความมั่งคั่งสูงที่มีกำไรสะสมทั้งจากสินทรัพย์สกุลเงินท้องถิ่นและต่างประเทศ กำลังเผชิญกับช่วงเวลาตัดสินใจสำคัญที่ทอดยาวไปจนถึงเดือนสิงหาคม การแข็งค่าของดัชนีหุ้นสหรัฐและการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันดิบ 4.17% มาอยู่ที่ 71.41 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ก่อให้เกิดคำถามว่าผลกำไรที่เพิ่งเกิดขึ้นจะยั่งยืนหรือไม่ ควรล็อกกำไรหรือยัง และการเคลื่อนไหวของค่าเงินส่งผลต่ออัตราผลตอบแทนที่แท้จริงเมื่อโอนกลับมาเป็นสกุลเงินบาทอย่างไร
การปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันมีนัยสำคัญเป็นพิเศษสำหรับเศรษฐกิจไทยที่พึ่งพาพลังงานและสำหรับนักลงทุนในหุ้นกลุ่มผลิตไฟฟ้าที่จดทะเบียนใน ตลท. ราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้นมักส่งผลให้ค่าไฟฟ้าปรับตัวสูงตาม ซึ่งกระทบต่อมูลค่าหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคและหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคประเภทไม่จำเป็นพร้อมกัน การพุ่งขึ้น 4.17% ในวันเดียวมีนัยสำคัญเพียงพอที่จะกระตุ้นให้ทบทวนพอร์ตการลงทุนในกลุ่มพลังงาน และพิจารณาว่ากลยุทธ์การป้องกันความเสี่ยงหรือการปรับสมดุลพอร์ตอย่างยืดหยุ่นนั้นเหมาะสมหรือไม่ก่อนกำหนดส่งรายงานครึ่งปีทางการเงิน การปรับตัวขึ้น 1.32% ของบิตคอยน์มาอยู่ที่ 64,134 ดอลลาร์ และการปรับตัวลง 1.00% ของทองคำ สะท้อนให้เห็นบรรยากาศการลงทุนที่เน้นรับความเสี่ยงในวงกว้าง โดยนักลงทุนลดความสนใจในสินทรัพย์ปลอดภัยไปชั่วคราว
สำหรับผู้ร่วมตลาดใน ตลท. และนักลงทุนสถาบันไทย ปัจจัยค่าเงินยังคงเป็นประเด็นด้านภาษีและการวางแผนที่เร่งด่วนที่สุด การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทเทียบกับยูโรสะท้อนถึงแรงกดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐที่ส่งผ่านมาทั่วตลาดอัตราแลกเปลี่ยนในเอเชีย นักลงทุนไทยที่ถือสินทรัพย์สกุลเงินต่างประเทศจะได้ประโยชน์จากตำแหน่งดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้นเมื่อบาทอ่อนค่า แต่สิ่งนี้ยังส่งผลต่อต้นทุนการป้องกันความเสี่ยงและการพิจารณาว่าควรรับรู้กำไรเมื่อใดเพื่อวัตถุประสงค์ทางภาษี กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนอาจนำมาซึ่งภาษีกำไรจากทุนในโครงสร้างบางประเภท ทำให้การตัดสินใจว่าจะคงสินทรัพย์ต่างประเทศไว้โดยไม่ป้องกันความเสี่ยงหรือจะล็อกต้นทุนไว้เป็นคำถามด้านการวางแผนที่ต้องใช้ความพิจารณา ไม่ใช่การสันนิษฐานแบบเฉื่อยชา
วางกลยุทธ์ก่อนรายงานผลเดือนสิงหาคม
ที่ปรึกษาภาษีที่ทำงานกับกองทุนและลูกค้าส่วนตัวในกรุงเทพฯ แนะนำให้ทบทวนการลงทุนในกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่สูงขึ้นควบคู่ไปกับหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่มีอยู่ ก่อนที่งบการเงินตามปีงบประมาณไทยจะปิด กลุ่มพลังงาน วัสดุ และอุตสาหกรรมใน ตลท. มักเคลื่อนไหวในทิศทางตรงข้ามกับผลตอบแทนที่ขับเคลื่อนด้วยค่าเงิน จึงสร้างโอกาสในการป้องกันความเสี่ยงตามธรรมชาติที่สามารถวางโครงสร้างได้อย่างตั้งใจแทนที่จะเป็นไปโดยบังเอิญ เมื่อราคาน้ำมันอยู่ที่ 71.41 ดอลลาร์และตลาดพลังงานโดยรวมยังคงแข็งแกร่ง การโยกกำไรบางส่วนจากมูลค่าที่สูงขึ้นในหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคประเภทไม่จำเป็นไปสู่หุ้นโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน จะช่วยล็อกกำไรพร้อมจัดวางพอร์ตใหม่สำหรับครึ่งปีหลัง
คำถามเรื่องการขายสินทรัพย์ขาดทุนเพื่อลดหย่อนภาษี (tax-loss harvesting) ก็มีความเร่งด่วนขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อดัชนีอยู่ในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ นักลงทุนไทยที่ถือสินทรัพย์ที่ยังขาดทุนอยู่จากช่วงต้นปีควรตรวจสอบพอร์ตเหล่านั้นตอนนี้ ก่อนที่ตลาดอาจปรับตัวลง การรับรู้ผลขาดทุนเทียบกับกำไรที่แข็งแกร่งในกลุ่มเทคโนโลยีและพลังงานสามารถชดเชยภาระภาษีในปีปัจจุบันและสร้างโครงสร้างพอร์ตที่ดีขึ้นสำหรับปีหน้า ตลท. ไม่ได้มีความหลากหลายของหลักทรัพย์เทียบเท่าตลาดหลักทรัพย์หลักของสหรัฐ หมายความว่านักลงทุนไทยมักต้องหันไปใช้ผลิตภัณฑ์ที่เชื่อมโยงกับดัชนีหรือกองทุนเพื่อสร้างการกระจายพอร์ตที่มีนัยสำคัญ ทำให้การทำ tax-loss harvesting อย่างตั้งใจเป็นหนึ่งในเครื่องมือไม่กี่อย่างที่จะช่วยรับผลตอบแทนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ต้นทุนการป้องกันความเสี่ยงค่าเงินมีความสำคัญมากขึ้นเมื่อราคาน้ำมันอยู่ในระดับสูงและอัตราผลตอบแทนที่แท้จริงของสหรัฐมีแนวโน้มปรับตัวขึ้น ราคาน้ำมันที่ระดับ 71 ดอลลาร์มักกระตุ้นการคาดการณ์เงินเฟ้อด้านพลังงานในระยะยาวและอาจผลักดันให้อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงปรับตัวสูงขึ้นในตลาดพัฒนาแล้ว นักลงทุนไทยที่ป้องกันความเสี่ยงจากสถานะดอลลาร์สหรัฐผ่านสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหรือฟิวเจอร์สสกุลเงินจะต้องเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้นสำหรับการคุ้มครองดังกล่าว การตัดสินใจป้องกันความเสี่ยงจึงควรพิจารณาไม่เพียงแค่อัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน แต่ยังรวมถึงเส้นโค้งฟอร์เวิร์ดและความเป็นไปได้ที่ค่าเงินดอลลาร์จะแข็งค่าต่อเนื่อง เมื่อค่าเงินยูโรอยู่ที่ 1.1419 ดอลลาร์ นักลงทุนยุโรปก็กำลังเผชิญกับภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเช่นเดียวกัน และพฤติกรรมของพวกเขามักเป็นสัญญาณบอกเหตุถึงการเปลี่ยนแปลงในความต้องการเงินตราเอเชียที่ส่งผลกระทบย้อนกลับมาต่อค่าเงินบาทภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์
กำหนดเวลาที่นักลงทุนไทยต้องจับตาคือวันที่ 10 สิงหาคม ซึ่งเป็นวันชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลงวดกลางปี และช่วงยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดากลางปีในเดือนกันยายน ระหว่างนี้จนถึงช่วงนั้น การทบทวนการจัดสรรสินทรัพย์สกุลเงินต่างประเทศ การตรวจสอบต้นทุนฐานของหลักทรัพย์ใน ตลท. ที่ถือครองมาเกินหนึ่งปี และการพิจารณาว่าควรเร่งรับรู้กำไรก่อนที่อัตราดอกเบี้ยสหรัฐที่สูงขึ้นจะส่งผลกระทบมากขึ้นหรือไม่ จะกลายเป็นวาระสำคัญในปฏิทินของที่ปรึกษาทางการเงิน พฤติกรรมของตลาดในสัปดาห์นี้บ่งชี้ว่าความต้องการรับความเสี่ยงยังคงมีอยู่ แต่โอกาสนี้อาจไม่เปิดกว้างอยู่ตลอดไป หากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวลงหรือความกังวลเรื่องเศรษฐกิจถดถอยกลับมาอีกครั้ง การลงมือตอนนี้คือการลงมือขณะที่ยังมีทางเลือกครบถ้วนในมือ