news
ชาวกรุงเทพฯ จับตาทิศทางนโยบายหลัง กกต. รับรองผู้ว่าฯ และสมาชิกสภา กทม.
การรับรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภา กทม. ดึงความสนใจไปที่แนวนโยบายและมาตรการบริหารที่ส่งผลต่อชีวิตประจำวันของคนเมืองหลวง
เราจัดทำรายงานนี้อย่างไร

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้รับรองนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครสมัยที่สอง พร้อมรับรองสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ครบทั้ง 50 เขต หลังการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2569 ผลการเลือกตั้งครั้งนี้กำหนดโครงสร้างผู้นำที่จะรับผิดชอบบริหารกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพียงแห่งเดียวในการดูแลเมืองหลวง โดยมีผู้ว่าฯ มาจากการเลือกตั้ง วาระ 4 ปี และมีสภา กทม. ทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ
ผลการเลือกตั้งและความต่อเนื่องในการบริหาร
การรับรองดังกล่าวช่วยสร้างความต่อเนื่องให้กับ กทม. ในการจัดการปัญหาต่าง ๆ ในระดับท้องถิ่น โครงสร้างการบริหารวางอำนาจการตัดสินใจไว้ที่ผู้แทนที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งดูแลบริการที่ส่งผลโดยตรงต่อชีวิตประจำวันของประชาชน ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐานและความสงบเรียบร้อย ประชาชนในพื้นที่มองว่าการมีผู้นำที่มั่นคงช่วยให้การดำเนินงานตามแผนที่วางไว้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง โดยไม่สะดุดจากการเปลี่ยนผ่านผู้นำ
นโยบายเร่งด่วนที่ได้รับในปี 2568
เมื่อปลายเดือนกรกฎาคม 2568 กทม. ได้รับนโยบายเร่งด่วนจากกระทรวงมหาดไทย ให้เร่งแก้ไขปัญหายาเสพติด ปราบปรามผู้มีอิทธิพล และเร่งรัดแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างทันท่วงที คำสั่งดังกล่าวเป็นแนวทางการดำเนินงานในปัจจุบันและสอดคล้องกับความกังวลของชุมชนในด้านความปลอดภัยและการตอบสนองของภาครัฐ ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาเหล่านี้ต่างติดตามว่านโยบายดังกล่าวได้แปลงออกมาเป็นการปฏิบัติจริงในพื้นที่อย่างไร
มาตรการบริหารที่อยู่ระหว่างดำเนินการ
นโยบายบริหารของ กทม. ในปัจจุบันมุ่งเน้นการติดตั้งกล้องวงจรปิด AI การนำสายสื่อสารลงดิน การเปลี่ยนไฟถนนเป็นหลอด LED และการปรับปรุงระบบระบายน้ำ มาตรการเหล่านี้มุ่งแก้ปัญหาการจัดการเมืองในเชิงปฏิบัติ ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวัง ลดสายไฟระโยงระยางบนอากาศ ประหยัดพลังงานจากแสงสว่าง และบรรเทาปัญหาน้ำท่วมขังในช่วงฝนตกหนัก ประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้พื้นที่ก่อสร้างสังเกตเห็นการดำเนินงานที่คืบหน้าไปทีละขั้นและผลกระทบที่มีต่อถนนและพื้นที่สาธารณะในละแวกบ้าน
ข้อเสนอแก้ไขกฎหมายเพิ่มอำนาจจัดเก็บรายได้
กทม. อยู่ระหว่างผลักดันการแก้ไขพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 เพื่อเพิ่มรายได้ท้องถิ่นด้วยการจัดเก็บภาษีจากน้ำมันเชื้อเพลิง บุหรี่ และที่พักโรงแรม การปรับแก้ดังกล่าวจะเปลี่ยนแปลงแหล่งเงินทุนที่นำมาใช้บริการประชาชน ชาวบ้านต่างพูดถึงกันว่าการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นนี้จะส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวอย่างไร แม้ยังไม่มีการระบุตัวเลขที่ชัดเจน
การดำเนินงานภายใต้ผู้นำที่ได้รับการรับรองแล้วและนโยบายที่มีอยู่จะดำเนินต่อไปตลอดวาระปัจจุบัน ประชาชนสามารถติดตามความคืบหน้าผ่านช่องทางทางการของ กทม. เพื่อรับทราบรายละเอียดกำหนดการโครงการต่าง ๆ และการปรับเปลี่ยนที่อาจเกิดขึ้นจากการแก้ไขกฎหมายที่อยู่ระหว่างเสนอ