news
ชาวบ้านแบ่งปันประสบการณ์หลังคำสั่งอพยพวงเวียนใหญ่ และการรับมือเหตุฉุกเฉิน
ผู้อยู่อาศัยใกล้สถานีเอ็มอาร์ทีที่ได้รับผลกระทบเล่าถึงผลกระทบในชีวิตประจำวัน ทั้งด้านการเดินทางและการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ หลังคำสั่งอพยพเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม
เราจัดทำรายงานนี้อย่างไร

กรุงเทพมหานครมีคำสั่งอพยพฉุกเฉินในรัศมี 30 เมตรรอบสถานีเอ็มอาร์ทีวงเวียนใหญ่ เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 หลังพบเหตุน้ำรั่วในอุโมงค์ใต้ดินและการทรุดตัวของดิน
ความวุ่นวายตลอดแนวถนนประชาธิปก
เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินสั่งปิดถนนประชาธิปกและติดตั้งเซ็นเซอร์ Rescue Guardian เพื่อตรวจสอบเสถียรภาพของอาคาร พร้อมจัดที่พักชั่วคราวสำหรับผู้อพยพที่วัดพิชัยญาติ ระหว่างเหตุการณ์วงเวียนใหญ่ ชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียงต่างระบุว่าต้องเร่งขนย้ายสิ่งของและปรับเปลี่ยนเส้นทางการเดินทางอย่างกะทันหัน ขณะที่เซ็นเซอร์ยังคงติดตั้งอยู่เพื่อตรวจจับการเคลื่อนตัวของพื้นดินต่อไป
แรงกดดันต่อโรงพยาบาลในพื้นที่และศักยภาพการรับมือเหตุฉุกเฉิน
โรงพยาบาลเลิดสินระงับการให้บริการห้องฉุกเฉินชั่วคราว เนื่องจากรับผู้ป่วยเกินขีดความสามารถและขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ โดยมีแผนเปิดให้บริการตามปกติเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย ด้านกองการแพทย์กรุงเทพมหานครยืนยันว่าห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลในสังกัดยังเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงตามปกติ โดยให้ความสำคัญกับผู้ป่วยฉุกเฉินและวิกฤต ชาวบ้านชี้ว่าการอพยพครั้งนี้ยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อสถานพยาบาลที่เหลืออยู่ รวมถึงตัวเลือกการเดินทางสำหรับผู้ที่ต้องการรับการรักษาพยาบาล
การเข้าถึงบริการการแพทย์ฉุกเฉิน
ประชาชนสามารถติดต่อบริการการแพทย์ฉุกเฉินในกรุงเทพมหานครได้ผ่านสายด่วนแห่งชาติ 1669 หรือเลือกใช้บริการรถพยาบาลเอกชนหมายเลข 1724 หรือ 1719 สำหรับกรณีบาดเจ็บสาหัสที่ต้องการความรวดเร็ว ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบระบุว่าได้เก็บหมายเลขเหล่านี้ไว้ใช้งานได้ทันที หลังจากถนนถูกปิดและมีการจัดที่พักชั่วคราวที่วัดพิชัยญาติ เนื่องจากการสัญจรบริเวณสถานีเอ็มอาร์ทีวงเวียนใหญ่ยังคงถูกจำกัดในช่วงหลายวันหลังมีคำสั่งอพยพ
ชาวบ้านยังคงติดตามความคืบหน้าจากกรุงเทพมหานครเกี่ยวกับผลการตรวจสอบเสถียรภาพของพื้นดินและแนวทางปรับเปลี่ยนเขตอพยพ ส่วนผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วนสามารถติดต่อสายด่วนที่กำหนดไว้เพื่อรับการประสานงานต่อไป