news
OSAC เผยแพร่รายงานประเมินความปลอดภัยในไทย ฉบับปรับปรุงใหม่
รายงานประจำเดือนมีนาคม 2568 ระบุแนวทางการเดินทางและรูปแบบอาชญากรรมทั่วประเทศ
เราจัดทำรายงานนี้อย่างไร

สภาที่ปรึกษาความปลอดภัยในต่างประเทศ (OSAC) เผยแพร่รายงานความปลอดภัยประจำประเทศไทยเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2568 เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อเสริมคำแนะนำการเดินทางและหน้าข้อมูลประเทศไทยของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ โดยรวบรวมรายละเอียดเกี่ยวกับช่องทางติดต่อสถานทูต สภาพความปลอดภัยในแต่ละภูมิภาค และการประเมินสถานการณ์อาชญากรรมในเมืองสำคัญต่างๆ
แนวทางการเดินทางและจังหวัดชายแดนภาคใต้
คำแนะนำการเดินทางของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ในปัจจุบันแนะนำให้ใช้ความระมัดระวังตามปกติในพื้นที่ส่วนใหญ่ของไทย แต่แนะนำให้พิจารณาทบทวนการเดินทางไปยังจังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส และสงขลา เนื่องจากความไม่สงบที่เชื่อมโยงกับความรุนแรงของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบที่ยังคงดำเนินอยู่ ความรุนแรงที่เกิดขึ้นเป็นระยะในจังหวัดชายแดนภาคใต้เหล่านี้มุ่งเป้าไปที่หน่วยงานของรัฐบาลไทยเป็นหลัก สำหรับจังหวัดสงขลา การก่อความไม่สงบกระจุกตัวอยู่ในอำเภอจะนะ เทพา นาทวี และสะบ้าย้อย ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องได้รับอนุญาตเป็นพิเศษก่อนเข้าพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งส่งผลให้การให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินแก่พลเมืองอเมริกันในบริเวณนั้นมีข้อจำกัด
คณะกรรมการ OSAC ประจำประเทศไทยมีที่ตั้งในกรุงเทพฯ ร่วมกับหอการค้าอเมริกัน สำหรับช่องทางติดต่อสถานทูตสหรัฐฯ ประจำกรุงเทพฯ ซึ่งตั้งอยู่ที่ถนนวิทยุ เลขที่ 120-122 และ 95 สามารถติดต่อได้ที่หมายเลขหลัก +66 (02) 205-4000 ส่วนสถานกงสุลใหญ่สหรัฐฯ ประจำเชียงใหม่ตั้งอยู่ที่ถนนวิชยานนท์ เลขที่ 387 หมายเลขโทรศัพท์ +66-53-107-700
สถานการณ์อาชญากรรมในเมืองสำคัญ
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ จัดให้กรุงเทพฯ และเชียงใหม่อยู่ในระดับความเสี่ยงด้านอาชญากรรมต่ำสำหรับผลประโยชน์ของรัฐบาลสหรัฐฯ โดยสายด่วนแจ้งเหตุฉุกเฉินด้านอาชญากรรมของประเทศไทยคือหมายเลข 191 คดีที่มีการรายงานส่วนใหญ่เป็นอาชญากรรมบนท้องถนนที่ไม่ใช้ความรุนแรงโดยตรง เช่น การฉกชิงกระเป๋า การล้วงกระเป๋า และการหลอกลวงนักท่องเที่ยว ส่วนอาชญากรรมที่ใช้ความรุนแรงต่อชาวต่างชาตินั้นยังพบได้ค่อนข้างน้อย และมักเกิดขึ้นในช่วงกลางคืนเมื่อเหยื่ออยู่คนเดียวหรืออยู่ในสภาวะมึนเมา
กลุ่มอาชญากรรมที่มีการจัดตั้งยังคงปฏิบัติการในเมืองใหญ่ โดยมุ่งเน้นไปที่การค้ายาเสพติด การค้ามนุษย์ และการปลอมแปลงเอกสาร รายงานระบุว่าไม่พบเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับองค์กรภาคเอกชนของสหรัฐฯ โดยตรง ความเสี่ยงจากการฉ้อโกงบัตรเครดิตและบัตรเดบิตอยู่ในระดับค่อนข้างสูง โดยมีรายงานพบอุปกรณ์ดักข้อมูลบัตร (Skimming) ติดตั้งอยู่กับตู้ ATM บางแห่ง นอกจากนี้ยังพบการหลอกลวงในการเช่ายานพาหนะด้วยการยึดหนังสือเดินทางเป็นหลักประกัน รวมถึงการคิดราคาเครื่องดื่มในบาร์สูงเกินจริงในพื้นที่ท่องเที่ยว ขณะที่ศูนย์กักกันผู้ต้องกักของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองยังคงมีเรื่องร้องเรียนที่ได้รับการบันทึกเกี่ยวกับปัญหาความแออัดและการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่จำกัด
รายงานแนะนำให้ผู้อ่านติดต่อสถานทูตและสถานกงสุลตามหมายเลขที่ระบุไว้ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานการณ์ความปลอดภัย