นโยบาย
รีวิวนโยบายขนส่งกรุงเทพฯ ชี้ยังคงพึ่งพาการขยายถนนเป็นหลัก
ผลการทบทวนนโยบายขนส่งในเขตมหานครฉบับใหม่พบว่า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ดำเนินอยู่ยังคงให้ความสำคัญกับโครงการถนนมากกว่ามาตรการจำกัดการใช้รถยนต์
เราจัดทำรายงานนี้อย่างไร
ผลการทบทวนนโยบายขนส่งในกรุงเทพฯ ฉบับล่าสุดพบว่า เมืองหลวงยังคงยึดติดกับแนวทาง 'การแก้ปัญหาด้วยการเพิ่มอุปทาน' ซึ่งเน้นการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านถนนมากกว่าการนำมาตรการจำกัดการใช้รถยนต์มาใช้ แนวทางเชิงยุทธศาสตร์ดังกล่าวส่งผลให้ประชาชนพึ่งพารถยนต์ส่วนตัวในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง และก่อให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัดอย่างหนักทั่วทั้งเมือง แม้ว่าการพัฒนาถนนวงแหวน ทางด่วน รถไฟฟ้าบีทีเอส และรถไฟฟ้าใต้ดินเอ็มอาร์ทีจะบรรลุผลสำเร็จในฐานะเสาหลักด้านการเดินทาง แต่นโยบายอื่น ๆ ที่ทะเยอทะยานอีกหลายโครงการยังคงอยู่ในขั้นทดลองหรือไม่ได้รับการดำเนินการ เนื่องจากความขัดแย้งทางการเมืองและข้อจำกัดด้านงบประมาณ
สำหรับชาวกรุงเทพฯ แนวโน้มนโยบายเหล่านี้ส่งผลกระทบที่จับต้องได้ต่อการเดินทางในชีวิตประจำวันและการเข้าถึงบริการในเมือง ผลการทบทวนระบุว่าหลังสถานการณ์โควิด-19 ระดับการจราจรกลับสู่สภาวะก่อนการระบาดแล้ว สอดคล้องกับแนวโน้มที่พบในปี 2562 ซึ่งกรุงเทพฯ ถูกจัดอันดับให้เป็นเมืองที่มีการจราจรติดขัดมากที่สุดอันดับที่ 11 ของโลก และอันดับที่ 4 ของเอเชีย สภาวะดังกล่าวเกิดจากการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วควบคู่กับการขยายระบบขนส่งมวลชนที่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการโดยรวมของเมือง
ความท้าทายด้านสถาบันก็มีบทบาทสำคัญต่อสภาพของระบบขนส่งในปัจจุบันเช่นกัน รายงานระบุว่าการกระจายอำนาจการกำกับดูแลที่ขาดเอกภาพ และภาระหนี้สินจำนวนมากของรัฐวิสาหกิจด้านขนส่งขนาดใหญ่ อย่างองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ยังคงบั่นทอนประสิทธิภาพในการดำเนินนโยบายขนส่ง ปัญหาเชิงโครงสร้างเหล่านี้เป็นอุปสรรคต่อการนำระบบที่เคยให้คำมั่นไว้มาใช้จริง เช่น ระบบติดตามตำแหน่งรถเมล์อัตโนมัติ และช่องทางเดินรถประจำทางโดยเฉพาะ
แม้จะมีอุปสรรคเชิงระบบเหล่านี้ แต่ก็มีการปฏิรูปโครงสร้างบางส่วนเพื่อส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่มีการแข่งขันในบริการสาธารณะ ในปี 2559 คณะรัฐมนตรีไทยมีมติยกเลิกการผูกขาดของ ขสมก. ในการให้บริการรถโดยสารประจำทางสาธารณะ การตัดสินใจดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนและเพิ่มประสิทธิภาพในภาคส่วนนี้ ผลจากความพยายามดังกล่าวทำให้เครือข่ายรถโดยสารประจำทางสาธารณะขยายตัวจาก 202 เส้นทางเป็น 269 เส้นทางภายในปี 2564 เมื่อมองไปข้างหน้า ประชาชนยังต้องเผชิญกับความเป็นจริงที่ว่าประสิทธิภาพของระบบขนส่งยังคงผูกโยงอยู่กับการแก้ไขปัญหาเชิงสถาบันและอุปสรรคทางการเงินที่หมักหมมมายาวนาน
จัดทำโดยมีความช่วยเหลือจาก AI และผ่านการตรวจสอบตามมาตรฐานกองบรรณาธิการของเรา แหล่งข้อมูลมีลิงก์แนบไว้เมื่อสามารถระบุได้ หากพบข้อผิดพลาดหรือต้องการแจ้งการแก้ไข ติดต่อได้ที่ corrections@dailynetwork.news