wellness
ชาวกรุงเทพฯ หันมาสร้างกิจวัตรสม่ำเสมอเพื่อการนอนหลับที่ดีขึ้น
คนกรุงปรับพฤติกรรมประจำวันด้วยวิธีง่ายๆ ที่อิงจากคำแนะนำที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว เพื่อพักผ่อนให้มีคุณภาพและฟื้นฟูร่างกายได้ดียิ่งขึ้น
เราจัดทำรายงานนี้อย่างไร
กรมสุขภาพจิตระบุว่า ประชากรไทยสูงถึง 40% เคยมีอาการนอนไม่หลับในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าเหตุใดชาวกรุงเทพฯ จำนวนมากจึงหันมาสร้างนิสัยที่เป็นประโยชน์ต่อการนอนหลับอย่างเป็นระบบ
ลดการรับแสงในยามค่ำคืน
ชาวกรุงมักลดการสัมผัสแสงสีฟ้าจากสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และโทรทัศน์ก่อนเข้านอน เพราะการปฏิบัติดังกล่าวช่วยรักษาระดับเมลาโทนินซึ่งจำเป็นต่อการควบคุมการนอนหลับ หลายคนเลือกวางอุปกรณ์เหล่านี้ลงในช่วงชั่วโมงก่อนเข้านอน สอดคล้องกับคำแนะนำจากแหล่งข้อมูลสุขภาพในประเทศ
เลือกเวลาออกกำลังกายให้เหมาะสม
การออกกำลังกายเป็นส่วนหนึ่งของตารางชีวิตประจำวันของหลายคน แต่ชาวกรุงมักจบการออกกำลังกายก่อนเวลานอน 3-5 ชั่วโมง เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะที่ร่างกายมีอุณหภูมิสูงขึ้น ซึ่งอาจทำให้หลับยาก การฝึกมวยไทยและกิจกรรมฟิตเนสอื่นๆ จึงถูกจัดไว้ในช่วงต้นของวันเพื่อรักษาช่วงเวลาดังกล่าว
ยึดตารางเวลานอนให้สม่ำเสมอ
การกำหนดเวลาเข้านอนและตื่นนอนที่แน่นอน แม้กระทั่งในวันหยุดสุดสัปดาห์ ถือเป็นหนึ่งในนิสัยที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ควบคู่กับการทำให้ห้องนอนมืด เงียบ และเย็นสบาย เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพักผ่อน ซึ่งเป็นแนวทางที่พบได้ทั่วไปในคำแนะนำจากคลินิกและโรงพยาบาลทั่วกรุงเทพฯ
ปรับตัวหลังเดินทางข้ามเขตเวลา
สำหรับผู้ที่เดินทางมาถึงกรุงเทพฯ และมีอาการเจ็ตแล็ก ทั้งชาวกรุงและนักท่องเที่ยวต่างนิยมปฏิบัติตามวิธีต่างๆ เช่น ดื่มน้ำให้เพียงพอ งดงีบหลับกลางวัน รับแสงแดด และปรับเวลานอนให้เข้ากับเวลาท้องถิ่นทันที แนวทางนี้ช่วยขจัดความอยากพักผ่อนทันทีหลังเดินทางมาถึง และอิงจากคำแนะนำการฟื้นฟูร่างกายที่เหมาะกับการเดินทางมายังกรุงเทพฯ โดยเฉพาะ
นิสัยเหล่านี้สะท้อนถึงการปรับตัวในทางปฏิบัติเพื่อรับมือกับปัญหาการนอนหลับที่พบได้บ่อย โดยมีแหล่งอ้างอิงจากเอกสารของโรงพยาบาลกรุงเทพเกี่ยวกับสุขอนามัยการนอนหลับและเจ็ตแล็ก รวมถึงแนวทางทางคลินิกที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ผู้ที่มีปัญหาการนอนหลับต่อเนื่องควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมกับตนเอง